ราคา Bitcoin ยังคงเผชิญแรงกดดันบริเวณแนวต้านสำคัญ หลังล่าสุดปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 81,000 ดอลลาร์ ภายหลังไม่สามารถทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน หรือ 200-day EMA ได้อีกครั้ง
ระดับดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณประมาณ 82,580 ดอลลาร์ ถูกมองว่าเป็นแนวต้านสำคัญของตลาดมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 โดยทุกครั้งที่ Bitcoin ถูกกดลงมาจากระดับนี้ ราคามักปรับฐานแรงตามมา
กราฟ BTC/USD รายวัน ( ที่มา : TradingView )
ข้อมูลในอดีตชี้ว่า การที่ราคาถูกกดจากเส้น 200-day EMA สองครั้งก่อนหน้า เคยทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงถึง 25% และ 36% ตามลำดับ หรือเฉลี่ยราว 30%
นักวิเคราะห์ชื่อ Brett ระบุว่า หาก Bitcoin สามารถทะลุระดับดังกล่าวได้อย่างชัดเจน อาจถือเป็น “จุดจบของตลาดขาบว” และเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากรูปแบบเดิมเกิดซ้ำ ราคา Bitcoin อาจมีโอกาสปรับตัวลงไปบริเวณ 56,600 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับโซนแนวรับระยะยาวที่นักวิเคราะห์หลายคนจับตาอยู่
ด้านนักวิเคราะห์ PlanC เปิดเผยโมเดล “Bitcoin Lifetime Support” ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ยระยะยาวหลายรูปแบบ พบว่าแนวรับสำคัญของ Bitcoin อยู่แถว 57,110 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับลึกสุดอยู่ใกล้ 46,760 ดอลลาร์
โมเดลแนวรับระยะยาวของ Bitcoin ( ที่มา : Coin Metrics/PlanC )
ในอดีต ระดับแนวรับดังกล่าวเคยทำหน้าที่เป็นจุดต่ำสุดของตลาดขาลงหลายครั้ง ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า แม้ระยะสั้นภาพยังคงดูเปราะบาง แต่หากราคาย่อลงสู่โซน 50,000 ดอลลาร์กลาง ๆ ก็ยังอาจเป็นเพียงการพักฐานในภาพใหญ่
นอกจากนี้ กราฟทางเทคนิคยังคงแสดงรูปแบบ “Bear Flag” ที่ยังไม่ถูกยืนยันว่าจะสิ้นสุด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ราคา Bitcoin หลุดต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าได้เช่นกัน
กราฟ BTC/USD รายวัน ( ที่มา : TradingView )
แม้จะมีแรงกดดันระยะสั้น แต่บางสัญญาณยังสะท้อนมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดย Bitcoin เพิ่งฟื้นตัวขึ้นกว่า 38% หลังแตะเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ หรือ 200-week SMA บริเวณ 61,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในจุดต่ำสุดของตลาดช่วงปี 2018 และวิกฤตของตลาดในเดือนมีนาคม 2020
หากรูปแบบในอดีตยังคงเกิดซ้ำ นักวิเคราะห์มองว่า Bitcoin อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 94,700 ดอลลาร์ได้ในระยะถัดไป หรือเพิ่มขึ้นอีกราว 17% จากราคาปัจจุบัน
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวก คือการสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องจากกลุ่มวาฬรายใหญ่ ซึ่งมีรายงานว่าสามารถดูดซับเหรียญใหม่ที่ถูกขุดออกมาจากตลาดได้เกือบ 500% ของอุปทานใหม่ทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา
อ้างอิง : Cointelegraph