โลโก้ DropsTab logo - เส้นสีฟ้าแสดงรูปร่างหยดน้ำประดับคริสต์มาส
มูลค่าตลาด$2.17 T −0.51%ปริมาณ 24 ชม.$102.01 B 37.81%BTC$62,545.99 −0.33%ETH$1,783.32 0.32%S&P 500$7,515.74 −0.76%ทอง$4,014.80 −1.02%สัดส่วน BTC57.90%

ออปชัน Bitcoin มูลค่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เตรียมหมดอายุปลายเดือนมิถุนายนนี้ แรงขายได้เปรียบ ตลาดเสี่ยงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

21 Jun, 2026โดยCryptoSiam
เข้าร่วมโซเชียลของเรา

ตลาดคริปโตกำลังจับตาการหมดอายุของสัญญาออปชัน Bitcoin มูลค่ารวมกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าราคาอาจปรับตัวลงต่อ หลังจาก Bitcoin ปรับตัวลดลงแล้วราว 14% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน

การร่วงลงของราคาในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนฝั่งขาขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากสัญญา Call Options หรือสัญญาที่เดิมพันว่าราคาจะปรับตัวขึ้น ส่วนใหญ่ถูกวางไว้ที่ระดับ 68,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ทำให้หลายสัญญาเริ่มมีโอกาสขาดทุน หากราคา Bitcoin ไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ทันเวลา

Deribit ครองตลาดออปชัน Bitcoin เกือบ 80%

ข้อมูลระบุว่าแพลตฟอร์มซื้อขายออปชันคริปโตรายใหญ่ที่สุดอย่าง Deribit ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 79% หรือคิดเป็นมูลค่า Open Interest ราว 10,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ OKX มีส่วนแบ่ง 6% ส่วน Binance และ CME อยู่ที่ 5% เท่ากัน และ Bybit อยู่ที่ 4%

Open Interest ของออปชัน Bitcoin บนกระดาน Deribit ( ที่มา : Deribit )Open Interest ของออปชัน Bitcoin บนกระดาน Deribit ( ที่มา : Deribit )

เมื่อพิจารณาโครงสร้างการถือครองสัญญาบน Deribit พบว่ามูลค่า Open Interest ของ Call Options อยู่ที่ประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์ แต่กว่า 78% ของสัญญาเหล่านี้ตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 72,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาปัจจุบันมาก

ในทางกลับกัน Put Options หรือสัญญาที่เดิมพันว่าราคาจะลดลง มีมูลค่ารวมประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์ และมีเพียง 28% เท่านั้นที่ต้องการให้ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 57,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้โครงสร้างโดยรวมยังคงเอื้อประโยชน์ต่อฝั่งขาลงมากกว่า

ความหวังของตลาดขาขึ้นเริ่มสั่นคลอน

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนจำนวนมากคาดหวังว่าการสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องของบริษัท Strategy จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคา โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม บริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มถึง 62,841 BTC ภายในเวลาเพียง 4 สัปดาห์ และมีส่วนช่วยผลักดันราคาให้ทะลุระดับ 73,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเชิงบวกเริ่มลดลงหลังจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เริ่มเผชิญกระแสเงินทุนไหลออกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกัน ความหวังที่กฎหมาย Digital Asset PARITY Act จะผ่านการพิจารณาอย่างรวดเร็วก็เริ่มจางหายไป

กระแสเงินทุนสุทธิรายสัปดาห์ของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ( ที่มา : SoSoValue )กระแสเงินทุนสุทธิรายสัปดาห์ของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ( ที่มา : SoSoValue )

กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายยกเว้นภาษีสำหรับรางวัลจากการขุดและการ Stake จนกว่าจะมีการขายสินทรัพย์ แต่ความคืบหน้าที่ยังไม่ชัดเจนทำให้ตลาดผิดหวัง นอกจากนี้ การที่ Strategy เปิดเผยการขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC รวมถึงกระแสเงินไหลออกจาก ETF ยังซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มเติม

4 สถานะการสำคัญก่อนวันหมดอายุสัญญา

จากการวิเคราะห์สถานะออปชันบน Deribit หาก Bitcoin มีราคาปิดที่ระดับต่าง ๆ ในวันหมดอายุสัญญา ผลประโยชน์สุทธิจะยังคงเข้าข้างฝั่งขาลง ดังนี้

  • หาก Bitcoin อยู่ระหว่าง 57,000 – 61,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 3.4 พันล้านดอลลาร์
  • หากอยู่ระหว่าง 61,001 – 65,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์
  • หากอยู่ระหว่าง 65,001 – 69,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์
  • หากอยู่ระหว่าง 69,001 – 71,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์

แม้ Bitcoin จะสามารถปรับตัวขึ้นจากระดับปัจจุบันบริเวณ 63,000 ดอลลาร์ได้ถึง 12% ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ให้ฝั่ง Call กลับมาได้เปรียบในรอบการหมดอายุครั้งนี้

ตลาดยังต้องจับตาทิศทางเดือนกรกฎาคม

แม้ว่าการหมดอายุของออปชันในเดือนมิถุนายนจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดแนวโน้มตลาดในเดือนกรกฎาคมโดยตรง แต่โครงสร้างของตลาดในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าฝั่งขาลงยังคงถือไพ่เหนือกว่า และผลลัพธ์จากการหมดอายุสัญญาครั้งนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงต้นไตรมาสถัดไป

สำหรับนักลงทุน Bitcoin ระยะสั้น ช่วงปลายเดือนมิถุนายนจึงอาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงที่สุดของปี และเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าตลาดจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้หรือยังต้องเผชิญแรงขายต่อไปในระยะข้างหน้า

อ้างอิง : Cointelegraph

อ่านบทความนี้ต่อที่แหล่งที่มา: cryptosiam.com