โลโก้ DropsTab logo - เส้นสีฟ้าแสดงรูปร่างหยดน้ำประดับคริสต์มาส
มูลค่าตลาด$2.14 T 1.73%ปริมาณ 24 ชม.$123.28 B −42.64%BTC$61,778.83 1.40%ETH$1,618.33 3.40%S&P 500$7,387.64 0.00%ทอง$4,330.00 0.00%สัดส่วน BTC57.67%

Tether อายัด USDT กว่า $500 ล้านภายใน 30 วัน ข้อมูลชี้ Tron ถูกใช้มากที่สุด

09 May, 2026โดยCryptoSiam
เข้าร่วมโซเชียลของเรา

Tether ผู้ออกเหรียญ USDT ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดในโลก เดินหน้าเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชน หลังข้อมูลจาก BlockSec’s USDT Freeze Tracker ระบุว่า บริษัทได้อายัดเหรียญ USDT รวมมูลค่ากว่า 514 ล้านดอลลาร์ภายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา

ข้อมูลล่าสุดเผยว่า มีที่อยู่กระเป๋าคริปโตทั้งหมด 370 แห่งที่ถูกขึ้นบัญชีดำ โดยแบ่งเป็น 328 กระเป๋าบนเครือข่าย TRON และอีก 42 กระเป๋าบนเครือข่าย Ethereum

มูลค่าที่ถูกอายัดส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนเครือข่าย Tron คิดเป็นประมาณ 505.9 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Ethereum มีมูลค่าราว 8.73 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่า Tron ยังคงเป็นเครือข่ายหลักที่ถูกใช้ในการเคลื่อนย้าย USDT จำนวนมาก

ตัวติดตามการอายัด USDT ( ที่มา : BlockSec )ตัวติดตามการอายัด USDT ( ที่มา : BlockSec )

รายงานยังชี้ว่า การอายัดเหรียญของ Tether มีความถี่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตลอดปี 2026 โดยก่อนหน้านี้ BlockSec เคยพบว่าในปี 2025 บริษัทได้ขึ้นบัญชีดำกระเป๋ากว่า 4,163 แห่ง และอายัด USDT รวมกว่า 1.26 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของสินทรัพย์ที่ถูกอายัดในปี 2025 หรือประมาณ 698 ล้านดอลลาร์ ถูกทำลายผ่านฟังก์ชัน “destroyBlackFunds” ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลบเหรียญออกจากระบบถาวร ขณะที่มีเพียง 3.6% ของกระเป๋าที่ถูกปลดออกจากบัญชีดำในภายหลัง

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า เมื่อ Tether ตัดสินใจอายัดสินทรัพย์แล้ว โอกาสที่จะถูกปลดล็อกกลับมานั้นมีค่อนข้างต่ำ

ก่อนหน้านี้ Tether เปิดเผยว่า บริษัทได้อายัดสินทรัพย์ดิจิทัลรวมแล้วกว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย โดยกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Tether ยังร่วมมือกับสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐ หรือ OFAC เพื่ออายัด USDT มากกว่า 344 ล้านดอลลาร์บนเครือข่าย Tron ซึ่งทางการสหรัฐเชื่อมโยงกับการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทก็มีส่วนช่วยเจ้าหน้าที่ยึด USDT มูลค่ากว่า 61 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลงทุนแบบที่เรียกกันว่า “Pig Butchering Scam”

การเพิ่มขึ้นของการอายัด Stablecoin ทำให้เกิดการถกเถียงมากขึ้นในวงการคริปโตเกี่ยวกับอำนาจควบคุมของผู้ออกเหรียญ ว่าควรมีขอบเขตมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในประเด็นการระงับธุรกรรมหรือการยึดสินทรัพย์บนระบบที่เดิมถูกมองว่าเป็นการเงินแบบกระจายศูนย์

แม้ Stablecoin จะถูกออกแบบมาเพื่อให้เคลื่อนย้ายเงินได้รวดเร็วและมีเสถียรภาพ แต่กรณีของ Tether แสดงให้เห็นว่า ผู้ออกเหรียญยังคงมีอำนาจโดยตรงในการควบคุมและอายัดสินทรัพย์บนเครือข่ายได้ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการฉ้อโกง การฟอกเงิน หรือการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

อ้างอิง : Cointelegraph

อ่านบทความนี้ต่อที่แหล่งที่มา: cryptosiam.com